25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่วัดป่าแห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านพากันลุกฮือ เดินทางมารวมตัวกันที่วัด เพื่อเรียกร้องให้พระสงฆ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสาธารณของชุมชน ได้หยุดพฤติกรรมรุกป่า เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้มาขออยู่อาศัยสร้างสำนักสงฆ์ ต่อมารุกพื้นที่ขอสร้างจัดตั้งขออนุญาตให้เป็นวัด โดยขอพื้นที่จากชาวบ้าน จำนวน 15 ไร่ ที่จะสามารถสร้าง ตั้งวัดได้ตามกฎหมายสงฆ์ ชาวบ้านก็ยอมรับ ต่อมาได้รุกเข้าไปพื้นที่ป่าอีกฝั่งตรงข้ามวัด ที่เคยขอไว้ แถมจัดสร้างถนนปูนผ่านตรงกลางระหว่างป่ากับวัด และยังไม่พอ ทำประตูเปิด – ปิด อยากเปิดวันไหนก็เปิด อยากปิดวันไหนก็ปิด ชาวบ้านที่เคยสัญจรผ่าน ก็ต้องไปวนอ้อมเอา เพราะมีถนนอีกเส้นที่รอบวัด ถนนกลางที่วัดสร้างเอง ห้ามผ่าน เพราะพระสงฆ์กำลังปฎิบัติธรรม อาจจะไม่สงบ จึงจำเป็นต้องปิดถนน ยังไม่พอใจ พื้นที่ที่ติดถนนรอบวัด ก็ขอขยายกำแพงวัดออกมากินพื้นที่ถนนรอบวัดอีก วันนี้ชาวบ้านยอมไม่ได้ จึงร้องทุกข์ไปที่เทศบาลตำบล ขอประสานงานเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง มาเปิดเวทีประชาคม
ด้าน นางวัน 1 ในผู้ที่เป็นแกนหลักของการร้องทุกข์ชาวบ้าน เปิดเผยข้อมูล ว่า พื้นที่เดิมมีเป็นพื้นที่ป่าสงวน เป็นป่าสาธารณะประโยชน์ของชาวบ้าน ชุมชน 24 ไร่เศษ แต่ด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา พระมาขออาศัย และจะรักษาป่า ชาวบ้านก็ยอม สุดท้ายมาขอประชาคม ขอสำนักพระพุทธศาสนา ขอแบ่งเพื่อเป็นพื้นที่วัด ให้ถูกต้องตามกฎหมายในการตั้งวัด ต้องมีพื้นที่ 15 ไร่ ชาวบ้านก็ยอม มาวันนี้จะมาขอเพิ่ม เพื่อการครอบครองพื้นที่ป่าให้เป็นของวัด ขยายเต็มพื้นที่ป่า ทั้ง 24 ไร่เศษ ยังไม่ทันได้อนุญาตมีการทำรั่วรอบป่า ทำถนนปิดกั้นประตูตรงกลางระหว่างพื้นที่วัด 15 ไร่ กับป่า ถนนตรงกลาง และทำประตูปิด–เปิด ชาวบ้านเคยสัญจรผ่านไปมาก็จะต้องเดินทางอ้อมพื้นที่ถนนไปรอบวัด ยังไม่พอ จะมาทำรั้วปูนทึบ สูง 2 เมตร ขยายออกมาทับพื้นที่ถนนรอบวัด ที่วันนี้ชาวบ้านใช้สัญจร จะทำให้ถนนต้องแคบลง ชาวบ้านไม่ยอม ขอให้พระหยุดรุกป่า รุกถนน
ขณะที่ พระอธิการ วิฑูร สิริจันโท เจ้าอาวาสวัด ชี้แจงว่า วัดตั้งมาโดยการได้รับอนุญาตจากทางราชการ เมื่อปี 2558 บนพื้นที่ คสร. จนได้ตั้งสร้างวัดตัวอย่างแห่งแรกของจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 28 กันยายน 2565 ที่มีพื้นที่ครบ 15 ไร่ ถูกต้องตามกฎหมาย ถนนวัดก็ทำเอง และวันนี้ขอขยายพื้นที่ของวัดให้เต็มพื้นที่ 24 ไร่เศษ ครอบคลุมทั้งป่า พระก็จะดูแลป่า ถนนรอบวัดที่ชาวบ้านสัญจรก็มี แล้วจะมาสัญจรผ่านกลางวัด ซึ่งเป็นวัดป่า สงฆ์ฉันท์มื้อเดียว นอกนั้นก็ศึกษาพระธรรม สวดมนต์ท่องตำรา ศึกษาพระธรรม หากมีรถผ่านไปมา ก็จะไม่สงบ ส่วนการขยายรั้ววัด ป่าไม้ก็ไม่ได้มารางวัดชัดเจนว่า 15 ไร่ จุดขอบรั่ววัดอยู่ตรงไหน วัดมีแรงศรัทธามาทำรั้วให้ วัดก็ทำเพื่อความสงบ ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่หากว่ารุก พระก็จะยอมรื้อ และขยับเข้ามาก็ได้
ซึ่งทุกฝ่ายได้เข้าสู่เวทีประชาคมของชาวบ้าน ในเขตตำบลและชาวบ้านนี้ ที่อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด เห็นป่าชุมชนนี้มาตลอดครึ่งชีวิต ต่างแสดงความคิดเห็นในทิศทางที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง และเป็นธรรม โดยชาวบ้านเองก็แบ่งกันออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งก็อยากจะให้เรื่องมันสงบโดยเร็ว ขอให้มีพระสงฆ์ได้อยู่ในป่าสาธารณแห่งนี้ แต่ขอให้รักษาป่า อย่าได้ไปตัดไม้ทำลายป่า แต่อีกฟากก็ให้ข้อมูลว่า นับตั้งแต่พระสงฆ์มาอยู่อาศัย ชาวบ้านก็ใส่บาตรทุกวัน มาทำบุญบริจาคทรัพย์ตลอดเรื่อยมา แต่ทำไมต้นไม้ใหญ่ในป่านี้หายไปเรื่อย จนแทบจะหมดป่าแล้ว ขณะที่พระสงฆ์เองก็ข้ามฝั่งไปสร้างกุฎิอีกฟาก กินพื้นที่เกิน 15 ไร่ ที่สำนักพระพุทธศาสนา และป่าไม้ ได้มารางวัดแยกให้ กำหนดเขตพื้นที่วัดไว้ให้แล้ว และวันนี้แถมมาทำถนน ปิดกั้นไม่ให้ชาวบ้านเดินทางผ่านกลางวัดที่วัดทำถนนเอาไว้ และยังขยายรั้ววัดออกมาอีก กว่า 1 เมตร ทำให้ถนนที่มีอยู่เดิมรอบวัด แคบลงไป และต่อไปหากไม่มีชาวบ้านรุ่นนี้อยู่ รุ่นลูกหลาน พระก็คงขยายจนไม่มีถนนรอบวัดแน่นอน
ในที่ประชุมประชาคมชาวบ้านในวันนี้ ไปเป็นด้วยความดุเดือด ในการให้ความเห็นในแต่ละฝ่าย สุดท้าย ทั้งพระ ทั้งโยม ได้ลงมาดูพื้นที่จริง ตรงถนนรั่ววัด ที่ขยายออกกินพื้นที่ถนนรอบวัด และได้ข้อตกลงกันได้ในเรื่องแรก คือ ให้พระแจ้งผู้รับเหมารื้อขยับรั้ววัดเข้าไปอีกตามพื้นที่จริง อย่าขยายออกมาทับพื้นที่ถนน ทำให้ถนนรอบวัดแคบลง ซึ่งพระก็ยอมที่ตกลงกัน และจะสั่งช่างก่อสร้างปฎิบัติตาม แต่เรื่องอื่นที่พระ ได้ขอใช้พื้นที่ จาก 15 ไร่ มาเป็น 24 ไร่ ให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่ป่าสาธารณะ เพื่อเป็นที่วัดทั้งหมดพื้นที่ป่า ชาวบ้านไม่รับข้อเสนอ ขอรอให้เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา และป่าไม้มาร่วมกันจัดประชาคม และกำหนดใหม่ เปิดเวทีอีกครั้ง แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ อยากรักษาป่าเอาไว้ เพราะเป็นพื้นที่ป่าสุดท้ายของชุมชนแล้ว
บุญทัน ธุศรีวรรณ รายงาน