ข่าวมุกดาหาร ข่าวรอบรั้วภูธร ข่าวเด่น

มุกดาหารแถลงข่าวมหกรรมอาหาร เทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง Mekhong Food Festival

4 เมษายน 2568  นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง (Mekhong Food Festival) โดยมี นางสาววรรณา บุดดีสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครพนม นายณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร นางเกษรินทร์ พันธุ์สุข เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร พร้อมหน่วยงานราชการ พ่อค้า แม่ ประชาชน นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ร่วมพิธีแถลงข่าว “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) ณ บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (หลังเก่า) อ.เมือง  จ.มุกดาหาร


การจัดงานครั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารได้ขานรับนโยบาย Soft Power ผลักดันอาหาร ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) และงานมหาสงกรานต์ 2568 วันที่ 13 – 15 เมษายน 2568 ณ บริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร (หลังเก่า) อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร สอดรับกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดไว้ว่า “เมืองการค้าทันสมัย เกษตรคุณภาพสูง ท่องเที่ยวชายโขง เชื่อมโยงสู่สากล” เป็นโครงการพัฒนาการตลาด กิจกรรมและประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการจังหวัดมุกดาหารสู่ความยั่งยืนเพื่อผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารเป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศมากยิ่งขึ้นตลอดจนเป็นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกระจายรายได้สู่ชุมชนให้มีความอยู่ดีกินดี


นายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมเทศกาลอาหารลุ่มน้ำโขง” (Mekhong Food Festival) 2568 ในครั้งนี้ ในดำเนินการพร้อมกับ งานมหาสงกรานต์ 2568 วันที่ 13 – 15 เมษายน 2568 เพื่อการบูรณาการร่วมกันในระดับจังหวัด ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อการประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร ให้รู้จักกันในนามจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม รวมถึง Soft Power ด้านอาหารที่ถิ่น เชิดชูอัตลักษณ์วิถีถิ่น เช่น หมูหัน สำรับอาหารปลาแม่น้ำโขง แกงกะบั้ง และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมขานรับจังหวัดมุกดาหารมีศักยภาพที่สามารถจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคที่สำคัญได้ และเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและจังหวัดมุกดาหารต่อไป

ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร รายงาน